ปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน (Soilless Culture)

ปลูกผักไม่ใช้ดิน                การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน คือ การปลูกพืชโดยให้พืชได้รับสารละลายธาตุอาหารทางรากพืช โดยที่สารละลายธาตุอาหาร จะประกอบไปด้วยน้ำผสมกับธาตุอาหารที่พืชต้องการ  สามารถจำแนกการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินได้ 2 แบบ ได้แก่ซับสเตรทคัลเจอร์ (Substrate Culture) เป็นการปลูกพืชลงบนวัสดุปลูกชนิดต่างๆ ที่ไม่ใช่ดิน ซึ่งวัสดุที่ใช้ปลูกแทนดินมีหลายชนิด เช่น วัสดุปลูกเป็น “อนินทรียสาร” และ “อินทรียสาร” โดยพืชสามารถเจริญเติบโตบนวัสดุปลูกจากการได้รับสารละลายธาตุอาหาร และอีกแบบคือไฮโดรโพนิกส์ (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชที่ไม่ใช้วัสดุปลูก โดยจะปลูกพืชให้รากพืชสัมผัสลงบนสารละลายธาตุอาหารพืชโดยตรง

                ขั้นตอนและวิธีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน ดังนี้

 

  1. การเพาะเมล็ด นำฟองน้ำสำหรับเพาะเมล็ดบรรจุใส่ถาดเพาะเมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม โดยใช้มือกดฟองน้ำแล้วรดน้ำตาม จากนั้นใช้ไม้ปลายแหลมจุ่มน้ำและแตะที่เมล็ดพันธุ์พืชประมาณ 2-3 เมล็ด จากนั้นนำถาดเพาะเมล็ดไปวางไว้ในที่ร่ม คลุมด้วยผ้าทึบแสง รดน้ำให้ชุ่มทุกวันเช้าเย็น หลังจากเพาะได้ 3 วันเมล็ดจะเริ่มงอก
  2. การอนุบาลต้นกล้า เปิดผ้าทึบแสงออกเพื่อให้ต้นกล้าได้รับแสง รดน้ำเช้าเย็น กระทั่งต้นกล้าสูงประมาณ 2-3 เซนติเมตร มีระบบรากและใบเลี้ยงที่สมบูรณ์ (ประมาณ 3-4 วัน หลังจากเปิดผ้าทึบแสง)
  3. การย้ายลงแผ่นปลูก นำต้นกล้าที่มีอายุประมาณ 7-8 วัน ย้ายลงแผ่นปลูก โดยให้ยกแผ่นปลูกขึ้นมาแล้วสอดต้นกล้าเข้าไปทางด้านล่างของแผ่นปลูก แต่ถ้าหากปลูกในถ้วยปลูกให้ใส่ต้นกล้าลงในถ้วยปลูกก่อนแล้วจึงวางถ้วยปลูกลงบนแผ่นปลูกและให้รากสัมผัสกับน้ำ (ควรย้ายต้นกล้าลงแปลงปลูกในตอนเย็นเพื่อให้พืชปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้)
  4. การดูแลต้นกล้าหลังจากย้ายลงแผ่นปลูก การเติมธาตุอาหารหลังจากย้ายปลูกต้นกล้าผ่านไป 1 วัน ให้เติมสารละลายธาตุอาหารลงไป ค่าปริมาณความเข้ม (Electrical conductivity ; EC) ของสารละลายธาตุอาหารที่เติมต้องมีความเหมาะสมต่อชนิดพืชที่ปลูก ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของสารละลายธาตุอาหารที่พืชต้องการที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ดังนั้น ควรปรับค่า EC และค่า pH ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาการเพาะปลูก และก่อนถึงอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 1 สัปดาห์ ควรงดเติมธาตุอาหารให้เติมแต่น้ำเพื่อป้องกันและลดการสะสมธาตุอาหารต่างๆ ในพืช

อย่างไรก็ตาม พืชกลุ่มนี้ราคาต้นทุนจะสูงกว่าพืชที่ปลูกด้วยดินทั่วไป ตลาดหรือกลุ่มลูกค้าก็จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถในการซื้อพอสมควร หากปลูกเพื่อขายจะต้องศึกษาตลาดให้ดีเสียก่อนนะคะ

อ่านเรื่องดี ๆ ที่ http://www.fakemichaelkorsshop.com

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *